แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำผลไม้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำผลไม้ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553

น้ำฟักทอง Pumpkin มะน้ำแก้ว น้ำเต้า มะฟักแก้ว หมากอึ

ใช้เป็นอาหาร

ยอดและผลอ่อนใช้จิ้มเป็นผักจิ้มน้ำพริก และแกงส้ม แกงเลียง ผัดผัก ผลแก่ใช้แกงได้หลากหลาย ผัดผัก และทำของหวาน ทำน้ำผลไม้ เมล็ดเอาไปคั่วทำเป็นของว่าง



คุณประโยชน์

มีวิตามินเอ เบต้าแคโรทีนสูง แคลเซียม ฟอสฟอรัส โปรตีน แป้ง ไขมัน ช่วยบำรุงสายตา กระดูและฟัน ชะลอความแก่ชรา ใช้เมล็ดถ่ายพยาธิลำไส้ และทำให้พยาธิตายได้ด้วย


น้ำฟักทอง



ส่วนผสม


  • เนื้อฟักทอง 1 ถ้วย
  • น้ำเชื่อมอย่างใส 1/2 ถ้วย
  • น้ำต้มสุก 1.5 ถ้วย
  • เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ

1. เลือกฟักทองที่แก่จัด ปอกเปลือกเอาแต่เมล็ด และล้างฟักทอง ให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นใหญ่ได้ 1 ถ้วย แล้วนำไปนึงพอสุก

2.เอาไปใส่เครื่องปั่นพร้อมกับน้ำเชื่อม เกลือ น้ำต้มสุก ตามอัตราส่วน ปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน

3. ดื่มโดยไม่ต้องเติมน้ำแข็งหรือเติมก็ได้ จะได้น้ำฟักทองสีเหลือง รสชาติหวานมัน มีกลิ่นหอมฟักทอง และอิ่มได้นานด้วย

น้ำบัว Sacred Lotus บัวหลวงแดง บัวหลวงขาว

ใช้เป็นอาหาร



ทุกส่วนของบัวใช้ทำอาหารได้ สายบัวใช้แกงส้มต้มกะทิ เป็นผักสดทานกับน้ำพริกลงเรือ กะปิคั่ว รากบักใช้ทำของหวานต้มกับน้ำตาล ทำเชื่อม ฉาบน้ำตาล ส้มตำรากบัก รากบัวต้มกระดูกหมู และทำเครื่องดื่มรากบัก เมล็ดบัวทานสด ทำเชื่อม ลอยแก้ว ลูกชุบ ทำขนมเม็ดบัว ใบบัวอ่อนใช้ทานสดเป็นผักเครื่องจิ้มน้ำพริก หลน ใบกลางแก่กลางอ่อน กลีบบัว เกสรบัว ใช้ทำเครื่องดื่ม ใบโตเต็มที่ค่อนข้างแก่ ให้ห่ออาหาร ห่อข้าวใบบัว ห่องบ



คุณประโยชน์

รากบัวมีแคลเซียม วิตามินซี และสารอื่น ๆ มีรสหวานมันอร่อย และมีกลิ่นหอม มีพิษน้อย กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นยาเย็น ใช้แก้ไข้ ร้อนใน กระหายน้ำ ชูกำลัง แก้เสมหะ น้ำลายเหนียว แก้ไอ แก้อักเสบ แก้ปวดบวม ให้เด็กกินระงับอาการท้องร่วงหรือธาตุไม่ปกติและช่วยเจริญอาหาร รากบัวกินเป็นอาหารช่วยให้ขับถ่ายดี เพราะรากบัวมีเส้นใยอาหารมาก เหง้าและเมล็ดมีรสหวานมันเล็กน้อย มีสรรพคุณบำรุงกำลัง แก้อาการร้อนใน แก้กระหายน้ำ ขับเสมหะ เมล็ดบัวมีแคลเซียมสูง มีโปรตีน มีแป้ง วิตามินซี และอื่น ๆ เมล็ดจะมี embryo มีสีเขียว เรียกว่าดีบัวซึ่งมีรสขมจัด มีสารอัลคาลอยด์หลายชนิดมีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อของหัวใจ เกสรใบใช้ปรุงเป็นยาหอมทำให้ชื่นใจ และเป็นยาชูกำลัง



ข้อควรระวัง

อย่าดื่มน้ำคั้นรากบัวและรากบัวสดมากเกินไป อาจทำให้แน่นหน้าอก และรากบัวสด ๆ มีฤทธิ์แรงกว่าน้ำต้มรากบัว ใน 1 วันดื่มน้ำรากบัวสดที่ได้จากการตำละเอียดไม่เกินวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 3-4 ช้อนแกง

น้ำรากบัว



ส่วนผสม

  • รากบัว 2 ถ้วย
  • น้ำสะอาด 3 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

1. นำรากบัวที่ล้างสะอาด ฝานเป็นชิ้นบาง ๆ นำไปต้มกับน้ำแล้วเคี่ยวจนกระทั่งได้น้ำเป็นสีชมพู เติมน้ำให้ได้ระดับเท่าเดิม กรองกากออก

2. เติมน้ำตาลทราย ตั้งไฟให้เดือด ยกแล้วแทใส่ขวดนึ่ง 20-30 นาที พอเย็นเก็บใส่ตู้เย็นไว้ดื่มได้หลายวัน จะได้น้ำรากบัวสีชมพูรสหวานเย็นดื่มกับน้ำแข็งทุบ

วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

น้ำบัวบก Asiatic Pennywort ผักแว่น ผักหนอก

ใช้เป็นอาหาร

ทั้งต้นและใบ ทานเป็นผักสด หรือลวกกินกับขนมจีน น้ำพริก หรือนำมายำ ทำน้ำใบบัวบก



คุณประโยชน์

มีสารกลุ่ม Sapoinins ประกอบด้วย asiatic acid , madecassid, asiatico-side centelloside ซึ่งต้านการออกซิเดชั้น ลดการอักเสบ ช่วยสมานแผลและกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมา บัวบกมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ในทุกส่วน มีสารที่มีรสขม มีสารไกลโคไซด์ มีวิตามินเอสูงมาก มีธาตุแคลเซียมและสารอื่น ๆ ทั้งต้นและใบสดนำมาต้มน้ำดื่ม แก้ฟกช้ำได้ ลดการอักเสบ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ทำให้สดชื่น แก้อ่อนเพลีย ลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ตำพอกรักษาแผลสดช่วยสมานแผลทำให้รอยแผลเป็นเล็กลง ฆ่าเชื้อราตามผิวหนังได้ด้วย รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และทำครีมทาผิวหนังแก้อักเสบ

น้ำใบบัวบก



ส่วนผสม

  • ใบบัวบก 2 ถ้วย
  • น้ำสะอาด 2 ถ้วย
  • น้ำเชื่อม 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

1. นำใบบัวบกที่เขียวสดล้างน้ำให้สะอาด แข่ด่างทับทิม 15-20 นาที ใส่เครื่องปั่น เติมน้ำ 2 ถ้วยปั่นให้ละเอียด แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางเอากากทิ้งไป

2. เติมน้ำเชื่อม คนให้เข้ากัน จะได้น้ำใบบัวบกสีเขียวใส รินใส่แก้ว น้ำที่มีน้ำแข็งทุบ รสหอมหวานชื่นใจ แต่ถ้าจะทำเอาไว้เผื่อดื่มหลายวัน ให้เอาน้ำที่ได้ไปต้มเดือด 5 นาทีแล้วใส่ขวดที่ต้มฆ่าเชื้อโรค เก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายวัน ถ้าดื่มน้ำใบบัวบกในปริมาณสูงจะทำให้ง่วงนอนเพราะมีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง จึงควรสังเกตดูว่าเมื่อดื่มในบริมาณมากเท่าไรแล้วจึงง่วงนอน โดยทั่วไปดื่มน้ำใบบัวบก 1-2 แก้วมักจะไม่ง่วง

น้ำทับทิม Pomegranate พิลา พิลาขาว

ใช้เป็นอาหาร

ทานเนื้อทับทิมแก่หอม หวานเย็น ชื่นใจ หรือเอามาทำเป็นน้ำทับทิมแสนอร่อย



คุณประโยชน์

เนื้อทับทิมมีวิตามินซีสูง มีรสเปรี้ยวอมหวาน มีเกลือแร่ต่าง ๆ เปลือกผลแก่มีสารแทนนิน 22% มีกรด Gallotannic ซึ่งมีรสฝาด แก้ท้องร่วงและโรคบิดต่าง ๆ โดยเอาเปลือกผลแห้ง 1 กำมือต้มน้ำดื่มวันละ 2 ครั้ง หรือเอาเปลือกมาฝนกับน้ำหรือน้ำปูนใส ได้เป็นน้ำขุ่น ๆ ดื่มทันทีก็ได้ น้ำจะออกรสฝาดเพราะมีสารแทนนิน และฝนกับน้ำทาแก้น้ำกัดเท้าได้ เปลือกลำต้น และเปลือกราด ที่สารแอลคาลอยด์ ชื่อ Pelletierine และ Isopelletierine ใบใช้ขับพยาธิ์ แต่สารนี้เสื่อมฤทธิ์ง่ายจะได้ผลดีเมื่อทานสดเท่านั้น โดยใช้เปลือกเหล่านี้ประมาณ 120 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร เคี่ยวจนน้ำลดเหลือครึ่งลิตร ดื่มวันละ 2 ช้อนโต๊ะตอนท้องว่าง แต่ถ้าดื่มมากจะเกิดอาการข้างเคียง ทำให้ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย

น้ำทับทิม




ส่วนผสม

  • เนื้อทับทิม 1 ถ้วย (ทับทิม 1 ผล)
  • น้ำต้มสุก 1.5 ถ้วย (หรือน้ำแข็งทุบ 1.5 ถ้วย)
  • น้ำเชื่อมอย่างใส 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

1. เลือกทับทิมแก่จัดมาล้างน้ำแล้วผ่าซีก แกะเนื้อพร้อมเมล็ดทับทิมไปคั้นเอาแต่น้ำด้วยเครื่องแยกกาก หรือปั่นให้ละเอียดแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง เอากากทิ้งไปเสีย

2. เอาน้ำทับทิมที่ได้ น้ำเชื่อมและน้ำแข็งทุบ ปั่นในเครื่องพร้อมกันจนเป็นเนื้อละเอียด ได้น้ำทับทิมสีชมพูอ่อน รสหวานอมเปรี้ยว ควรดื่มทันที เพื่อคุณค่าอาหารจะได้ไม่สูญเสียไป

แตงไทย melon แตงจิง แตงกิจ แตงลาย มะแตงสุก

ใช้เป็นอาหาร

ผลอ่อนทำเป็นผักสดจิ้มน้ำพริก ผลแก่ทานสดทำเป็นของหวานลอดช่องแตงไทย แตงไทยน้ำกะทิ ทำน้ำผลไม้



คุณประโยชน์

มีโปรตีน วิตามินเอ ซี แร่ธาตุ แคลเซียม ใบใช้แก้ไข้ ดอกใช้แก้ดีซ่าน พ่นรักษาแผลในจมูก ผลใช้ดับกระหาย ขับปัสสาวะ ขับน้ำนม ขับเหงื่อ บำรุงหัวใจและสมอง ก้านเถาแตงไทยตากแห้งบดเป็นผงทาแผลในจมูก เมล็ดใช้ขับปัสสาวะ ช่วยย่อยอาหาร เป็นยาระบาย แก้ไอ รากใช้เป็นยาระบายท้อง

น้ำแตงไทย



ส่วนผสม

  • เนื้อแตงไทยล้วน 1 ถ้วย
  • น้ำเชื่อมอย่างใส 1/2 ถ้วย
  • น้ำต้มสุก 1.5 ถ้วย
วิธีทำ

1. เลือกแตงไทยสุกหอมกำลังดี เนื้อไม่เละ ล้างแตงไทยให้สะอาด ปอกเปลือกและเอาเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นเล็กให้ได้ 1 ถ้วย

2.นำส่วนผสมทั้งหมดลงเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียดแล้วรินน้ำแตงไทยสีเขียวอ่อนใส่แก้วที่มีน้ำแข็งทุบละเอียด มีรสชาติหอมเย็นชื่นใจ


น้ำแตงกวา Cucumber แตงร้าน แตงขี้ไก่

ใช้เป็นอาหาร

ผักจิ้มน้ำพริก ยำแตงกวา แกงจืด ทานกับลาบ เป็นผักเครื่องเคียงของอาหารทุกภาค




คุณประโยชน์

มีวิตามินซี บี 1 สูง เสริมการทำงานของระบบประสาท ความจำดี นอนหลับง่ายขึ้น มีกรดอะมิโน วิตามินอี แคลเซียมและเหล็ก มีเส้นใยอาหารและมีรสเย็น ช่วยดับร้อน ขับปัสสาวะ นอกจากนี้ยังมีสารต้านมะเร็ง ชื่อสาร Cucurbitacin.C มีสาร erepsin ช่วยย่อยโปรตีนบนผิวหนังชั้นนอกที่หยาบกร้านเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางหลากหลายประเภท เช่น ครีมพอกหน้า ครีมบำรุงตา ครีมลอกหน้า ทำให้ผิวสดชื่น แจ่มใส ลดความเหี่ยวย่น

น้ำแตงกวา



ส่วนผสม

  • แตงกวา 2 ผล หรือ 1 ถ้วย
  • น้ำเชื่อมอย่างใส 1/2 ถ้วย
  • น้ำต้มสุก 1.5 ถ้วย

วิธีทำ

1. ล้างให้สะอาด ปอกเปลือกทิ้งไป เอาแต่เนื้อมาปั่นในเครื่องปั่น รวมกับส่วนผสมทั้งหมด จนเป็นเนื้อละเอียด

2. เทใส่แก้วน้ำ ดื่มทันที ได้รสเย็นสดชื่น ไม่หวานมาก แต่ให้ความกระปรี้กระเปร่า ไปหลายชั่วโมงและการขับถ่ายสะดวก

3. ควรดื่มทันที จะได้คุณค่า มีวิตามินซีหลงเหลือมากกว่าจะทิ้งไว้นาน เพราะวิตามินซีสูญเสียง่ายกับการปั่น เมื่สัมผัดอากาศโดยตรง หรือจะใส่ตู้เย็นไว้ก็ควรดื่มให้หมดในวันนั้น

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

น้ำชมพู่ Rose apple, Jambool

ใช้เป็นอาหาร

ทานผลแก่สด ๆ รสหวานอมเปรี้ยว ทำแยม ไวน์ ชมพู่ลอยแก้ว ชมพู่แช่อิ่ม ทำเป็นน้ำผลไม้



คุณประโยชน์

วิตามินซี วิตามินเอสูง เกลือแร่ มีเส้นใยอาหาร ฟอสฟอรัส แคลเซียม มีน้ำตาล วิตามินเอสูง มีวิตามินซีและวิตามินอื่น ๆ มีแร่ธาตุ เช่น คาร์โบไฮเดรต และอื่น ๆ ผลเป็นยาชูกำลัง บำรุงหัวใจ ช่วยระบบขับถ่าย ลดเสมหะ เหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนักเพราะให้พลังงานต่ำ ใบชมพู่เป็นยาลดไข้ แก้ตาเจ็บ เมล็ดเป็นยาแก้ท้องเสีย แก้เบาหวาน

น้ำชมพู่



ส่วนผสม

  • เนื้อชมพู่ 1 ถ้วย
  • น้ำเชื่อมอย่างใส 1/2 ถ้วย
  • น้ำต้มสุก 1.5 ถ้วย

วิธีทำ

1. เริ่มจากล้างชมพู่ให้สะอาดจริง ๆ ปกติแล้วมักจะมียาฆ่าแมลงอยู่มากเพราะว่าโดยธรรมชาติมักจะชอบเจาะลูกชมพู่ ผ่าเอาเมล็ดออก ตัดส่วนที่เป็นขน ๆ ออกไป

2. หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปปั่นพร้อมกับส่วนผสมทั้งหมดที่มีสักครู่จะเป็นเนื้อเดียวกัน รินใส่แก้วที่มีน้ำแข็งทุบ ดื่มได้รสอร่อยหวานเย็น ชื่นใจ และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ


น้ำชา Tea tree

ใช้เป็นอาหาร

น้ำมันจากเมล็ดชา ทำเนิยเทียมได้ ใบทำน้ำชา เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย



คุณประโยชน์

มีโปรตีน แป้ง คาเฟอีน น้ำตาล เกลือแร่ มีสารแทนนิน สารเทอร์ปีน ใบชามีคาเฟอีนต่ำ 1.9-3.6 % ทำให้กระตุ้นร่างกายพอไม่ง่วงนอน มีสารแทนนินที่ทำให้มีรสฝาด แก้ท้องร่วง ดอกชาทำเครื่องหอม เคี้ยวใบชาสดแก้กลิ่นปาก

วิธีทำ

น้ำชาดื่มได้หลายแบบ อาจจะชงชาในน้ำเดือด ดื่มโดยไม่ต้องเติมอะไร หรือใบชาตากแห้ง 1 ซองชงน้ำเดือด เติมน้ำตาล 1 ซอง ครีม 1 ซอง หรือเติมแต่น้ำตาลแต่ไม่ต้องเติมครีม แต่การดื่มน้ำชามากจะได้คาเฟอีนมาก จนมื่อสั่น หัวใจสั่น นอนไม่หลับ ท้องผูก นานเข้ามีโอกาสจะเป็นมะเร็งในไต และเหน็บชา

น้ำดอกคำผอย Safflower ดอกคำยุ่ง ดอกคำ



ใช้เป็นอาหาร

เอาเมล็ดมาทำเป็นน้ำมันที่ลดปริมาณไขมันในเลือดได้ ใช้เป็นสีเหลืองผสมอาหาร เครื่องสำอางและยา

คุณประโยชน์

มีสารสีเหลือง Flavenoid glycosides และสารสีเหลืองอมส้ม Carthamin, Sapogenin,Carthamone, Saffomin A saffor yellow safrole yellow เมล็ดดอกคำฝอยจะมีน้ำมัน ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว ช่วยลดใขมันในเส้นเลือด สารในดอกคำฝอยแก้อักเสบได้ ฆ่าเชื้อโรคบางตัวได้ รักษาประจำเดือนให้มาสม่ำเสมอ แก้ฟกช้ำดำเขียว ช่วยระบาย ขับเหงื่อ มีรสฝาดเล็กน้อยแต่หากเติมน้ำตาล จะมีรสกลอมกล่อมดีมาก

น้ำดอกคำฝอย



ส่วนผสม

  • ดอกคำฝอยตากแห้ง 1 ถ้วย
  • น้ำสะอาด 5 ถ้วย
  • น้ำตาลทรายแดง 2 ถ้วย


วิธีทำ

1. ใช้ดอกคำฝอยต้มกับน้ำร้อนจนเดือด ใช้ไม้พายหรือทัพพีคอยกดให้ดอกคำฝอยจมน้ำ เพื่อให้สารในดอกออกมาให้หมด กรองเอาแต่น้ำด้วยผ้าขาวบาง จะได้น้ำสีน้ำตาลแดง แล้วเติมน้ำตาลทรายแดง ดื่มขณะอุ่นหรือดื่มแบบเย็นก็ได้

2. ชงแบบน้ำชาไม่ต้องเติมน้ำตาล ได้น้ำดอกคำฝอยสีน้ำตาลแดงรสจืด ลดไขมันในเลือดและถ่ายคล่อง ไม่อ้วนด้วย เติมน้ำร้อนได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่มีสีน้ำตาลออกมา

น้ำแคนตาลูป Cantaloupea




ใช้เป็นอาหาร

ผลสุก กินเป็นผลไม้ ทำเป็นน้ำผลไม้

คุณประโยชน์

เนื้อแคนตาลูปมีวิตามินเอสูงมาก มีวิตามินซีเล็กน้อย มีน้ำตาล และมีธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และอื่น ๆ มีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ บำรุงธาตุ ขับน้ำนม ขับเหงื่อ บำรุงสายตา หัวใจ สมอง แก้กระหายน้ำ



น้ำแคนตาลูป
ส่วนผสม

  • เนื้อแคนตาลูปหั่นเป็นชิ้นเล้ก 1 ถ้วย
  • น้ำเชื่อมอย่างใส 1/2 ถ้วย
  • น้ำต้มสุก 1 ถ้วย
  • เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ

1. ล้างแคนตาลูปให้สะอาด ผ่าซีกเอาเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้นให้ได้ 1 ถ้วย ใส่แคนตาลูป น้ำต้มสุก น้ำเชื่อม เกลือ ลงในเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน ได้น้ำแคนตาลูปสีเขียวอ่อน หวานหอม เย้นสดชื่น

2. รินใส่แก้วที่มีน้ำแข็งทุบพร้อมกับหลอดกาแฟขนาดใหญ่ หรือช้อนยาวเล็กสำหรับตักทาน

วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

น้ำคะน้า Kale,Chinese Kale



ใช้เป็นอาหาร

เป็นผักต้มจิ้มน้ำพริก หรือทำเป็นผักผัด และผัดรวมกับเส้นหมี่ต่าง ๆ

คุณประโยชน์

ให้วิตามินเอสูงมาก ช่วยบำรุงสายตา มี เบต้าแคโรทีนและช่วยต้านการก่อมะแร็ง มีแคลเซียม วิตามินซี และมีเส้นใยอาหาร สามารถป้องกันโรคโลหิตจาง บำรุงกระดูและฟัน ช่วยให้เนื้อเยื่อทำงานได้ดี ถ้าทานในรูปน้ำคะน้าสด จะได้รับวิตามินซี ซึ่งช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน และลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้กระหาย



น้ำคะน้า



ส่วนผสม


วิธีทำ

1. นำใบคะน้าล้างให้สะอาดจากสิ่งสกปรกและยาฆ่าแมลง หั่นใส่เครื่องปั่น เติมน้ำต้มปั่นจนละเอียด นำมากรองด้วยผ้าขาวบางบนกระชอน เอากากทิ้งไป

2. จากนั้นนำน้ำคะน้าใส่เครื่องปั่น ตามด้วยน้ำเชื่อม เกลือ น้ำมะนาว ปั่นให้เข้ากัน รินใส่แก้วที่มีน้ำแข็งทุบ จะได้รสชาติกลมกล่อมของคะน้าสดสีเขียว ดื่มแล้วสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

น้ำข่า Galangal

ใช้เป็นอาหาร เหง้าแก่ของข่าใช้เป็นเครื่องเทศใส่ต้มยำ แกงเผ็ด ลาบ และอาหารอีกหลายประเภท ส่วนเหง้าอ่อนนำมาต้มทำเป็นผักจิ้มน้ำพริก สามารถดับกลิ่นคาวได้เป็นอย่างดี



คุณประโยชน์ น้ำมันหอมระเหยหลายชนิด ซึ่งประกอบด้วย Kaemferol,Cineole,Linalool, Eugenol ทำให้เจริญอาหาร มีวิตามินซี แคลเซียม เส้นใยอาหาร เบต้าแคโรทีน ไนอาซิน ช่วยชะลอความแก่ชรา ทำเป็นยารักษาโดยใช้เหง้าอ่อนขนาดหัวแม่มือทุบให้แตกต้มเอาน้ำดื่มจะขับลมในลำไส้ได้ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยขับเลือกซึ่งเหมาะกับผู้หญิงเพิ่งคลอดบุตร เอาข่าปอกเปลือกจุ่มเหล้าแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน ทาแรง ๆ ติดต่อกัน 4-5 วัน หรือตำพอแหลกผสมเหล้าหรือแอลกอฮอล์ แช่ไว้ 1 คือ แล้วเอาน้ำที่ได้ทาแก้โรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน

น้ำข่า



ส่วนผสม

  • ข่าหั่นเป็นแว่น 1 ถ้วย
  • น้ำสะอาด 2 ถ้วย
  • น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

1. นำข่าแก่แบบเดียวกับที่ใช้ทำเครื่องแกงมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นแว่น ๆ นำมาต้มหรือตากแดด 2 วัน จะได้ข่าแห้งเก็บไว้ทำน้ำข่าเมื่อต้องการ โดยต้มในน้ำเดือดให้รสชาติของข่าออกมาให้มาก รักษาระดับน้ำให้เท่าเดิม

2. ใส่น้ำตาลเคี่ยวจนละลาย จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง เอาน้ำแข็งใส่แก้ว แล้วรินน้ำข่าลงไป ได้รสชาติหวานหอม ดื่มเย็นชื่นใจดับกระหายคลายร้อน หรือจะดื่มตอนร้อนรู้สึกคล่องคอดีมาก ใช้น้ำตาลทรายแดงช่วยกลบรสปร่าของข่า

น้ำข้าวโพด Corn ข้าวสาลี

ใช้เป็นอาหาร ทานเมื่อผลแก่ แต่ไม่แก่มาก ในรูปแบบข้าวโพดต้ม ข้าวโพดย่าง ข้าวโพดคลุกเนย ฝักอ่อนนำมาต้มเป็นผักจอ้มน้ำพริก หรือผัดผักรสหอมหวานกรอบอร่อย ทำซุปข้าวโพดให้เด็กหรือคนป่วย



คุณประโยชน์

มีแคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ โปรตีนและแป้ง ช่วยบำรุงหัวใจ ระบบลำไส้ทำงานดีขึ้น ซังข้าวโพดทำยารักษาตาลขโมย ฝอยข้าวโพดต้มกับน้ำใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
น้ำข้าวโพด



ส่วนผสม

วิธีทำ

1.นำข้าวโพดไปต้มให้สุก แล้วนำมาฝานเอาแต่เมล็ดได้ 1 ถ้วยไปปั่นในเครื่องปั่นรวมกับนมสด เกลือ น้ำต้มสุก น้ำเชื่อม ปั่นให้เข้ากันจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว รินใส่แก้วดื่มได้รสชาติหวานหอม เย็นสดชื่น และทำให้อิ่มได้ด้วย

2. ข้าวโพดปกติจะมีรสหวาน แต่ข้าวโพดหักจากต้นมาหลายวันแล้วจะไม่ค่อยมีรสหวาน ถ้าดื่มไม่อร่อยอาจจะเติมน้ำเชื่อมลงไปอีกสักเล็กน้อย


น้ำกีวี kiwi, chinese gooseberry

คุณประโยชน์ ผลสุกนำมาทานสด มีรสเปรี้ยวหวาน ฝานเป็นชิ้นบางตกแต่งอาหาร หรือทำพายกีวี ผลสุกมีวิตามินซีสูง




แคลเซียม โพเทสเซียม เบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงร่างกาย ผิวพรรณ ชะลอความแก่ชรา

น้ำกีวี




ส่วนผสม
วิธีทำ

1. ล้างผลกีวีให้สะอาดแล้วปอกเปลือกออก หั่นเป็นชิ้นให้ได้ 1 ถ้วย องุ่นแช่ด่างทับทิม 15 นาที ล้างน้ำให้หมดยาฆ่าเมลงแล้วผ่าซีกเอาเมล็ดออก

2. นำส่วนผสมทุกอย่างปั่นรวมกันให้ละเอียด ได้น้ำกีวีสีเขียวอ่อน รสเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นกีีวี ส้มและองุ่น ดื่มกับน้ำแข็งทุบ ดื่มทันทีจะได้คุณค่ามากกว่า

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

น้ำเก๊กฮวย เบญจมาศสวน เบญจมาศหนู



คุณประโยชน์ มีน้ำมันหอมระเหยซึ่งช่วยย่อยและเจริญอาหารและสารสำคัญ เช่น พวกฟลาวาโนน ไกลโคไซด์ มีสารคริสแซนติมีนและอื่น ๆ ซึ่งไม่มีพิษ ไม่มีผลข้างเคียง สารสกัดของเก๊กฮวยสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย มีสรรพคุณเป็นยาเย็น น้ำจากดอกเก๊กฮวยใช้บำรุงปอด แก้เจ็บคอ ลดความดันโลหิต รักษาเส้นเลือดหัวใจตีบ แก้ปวดศีรษะ ปวดท้อง บำรุงประสาท บำรุงสายตา ขับลมในกระเพาะ แก้ร้อนในและแผลร้อนในปาก ถ้าเอาลำต้นสดมาตำให้แหลก ได้น้ำมาทาช่วยลดการอักเสบของผิวหนังได้


น้ำเก๊กฮวย



ส่วนผสม

  • ดอกเก๊กฮวยแห้ง 2/3 ถ้วย
  • น้ำ 3 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
วิธีทำ

1.เอาดอกเก๊กฮวยแห้งที่มีขายอยู่ทั่วไปมาล้างน้ำให้สะอาด

2.ต้มน้ำจนเดือดพล่านแล้วหรี่ไฟลง ใส่ดอกเก๊กฮวยลงไป (ถ้าต้มจะได้รสขม แต่แก้ได้ด้วยการเพิ่มน้ำตาล) น้ำที่ออกมาเป็นสีเหลืองอ่อน คนทิ้งไว้จนเย็น แล้วบีบดอก กรองด้วยผ้าขาวบางบนกระชอน เอากากทิ้งไป

3.เอาน้ำที่กรองได้ตั้งไฟอีกครั้ง เติมน้ำตาลทราย ดื่มแบบร้อนหรือแบบเย็นก็อร่อยและหอม ได้ประโยชน์เช่นกัน

4.ทำเก๊กฮวยชงแบบชาดื่มต่างน้ำ และดื่มโดยไม่ต้องเติมน้ำตาล เติมน้ำร้อนได้เรื่อย ๆ จนกว่าสีเหลืองจะหมดไป ดื่มได้วันละหลาย ๆ แก้วโดยไม่เป็นอันตราย

น้ำกะเพรา กะเพราขาว กะเพราแดง Holy Basil

ใช้เป็นอาหาร ต้มเป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือผัดกะเพราหรือใส่ต้มยำ แกงป่าก็ได้ ทำน้ำกะเพรา



คุณประโยชน์ ในใบพบน้ำมันหอมระเหยประมาณ 0.35-0.6 % เช่น apigenin, ocimol, linalool, essential oil,chavibetal ช่วยขับลมและทำให้เจริญอาหาร



นอกจากนี้ก็มีวิตามินเอ ซี ฟอสฟอรัส อยู่ไม่น้อย ขับลมแก้ท้องอืดเฟ้อ ในเด็กอ่อนที่ท้องอืด ให้ใช้ใบสด 3-4 ใบ ใส่เกลือเล็กน้อยแล้วบทให้ละเอียด ผสมกับน้ำฝึ้งให้มีรสหวานหยอดใส่ปากให้เด็กอ่อนที่ท้องอืด 2-3 หยด เป็นเวลา 2-3 วัน จะช่วยขับลม ออกมาได้หมด สำหรับผู้ใหญ่ใช้ใบสด 1 กำมือ ต้มกับน้ำให้เดือด แล้วเอาน้ำมาดื่มต่างน้ำ ใช้รักษาหวัดปวดศีรษะ ปวดเอว

น้ำกะเพรา



ส่วนผสม

  • ใบกะเพราตากแห้ง 3-4 ใบ
  • น้ำต้มเดือด 1 แก้ว
วิธีทำ

1. เด็ดใบกะเพราแล้วล้างให้สะอาด นำไปตากแดดให้แห้งดี จะเก็บไว้ได้นาน

2.ต้มน้ำในกาให้เดือด แล้วรินน้ำเดือดใส่แก้วที่มีใบกะเพราแห้ง ทิ้งไว้จนอุ่น ได้น้ำกะเพราสีเขียวอ่อนใส ดื่มน้ำนั้นเหมือนดื่มน้ำชาโดยไม่ต้องเติมน้ำตาลให้อ้วน

3.อีกวิธีหนึ่งคือต้มใบกะเพราแห้งกับน้ำเดือด หรี่ไฟลง เคี่ยว 15 นาที เติมน้ำตาลทรายแดงพอมีรสหวาน รักษาระดับน้ำให้เท่าเดิม จะดื่มร้อนหรือใส่น้ำแข็งก็แล้วแต่ใจชอบ จะได้กลิ่นหอมของกะเพรา และกลิ่นน้ำตาลทรายแดง มีรสเผ็ดเล็กน้อย

วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ภาชนะชั่งตวงเพื่อทำน้ำผลไม้

เพื่อให้การทำน้ำผลไม้ ที่ทำขึ้นแต่ละครั้ง มีรสชาติอร่อยเหมือนกันทุกครั้ง จึงจำเป็นต้องมีภาชนะสำหรับตวงใส่ส่วนผสมในอัตราส่วนเหมือนเดิมทุกครั้งที่มักใช้บ่อย ๆ คือ

1 ถ้วยตวง มีปริมาณเท่ากับ 250 มิลลิลิตร
1 ช้อนโต๊ะ มีปริมาณเท่ากับ 15 มิลลิลิตร
1 ช้อนชา มีปริมาณเท่ากับ 5 มิลลิลิตร